อันดับ 10 Klerksdorp sphere
เรื่องความเก่าแก่ของ Klerksdorp sphere นี่ อาจมีอายุถึง 3 พันล้านปีจริง แต่นักธรณีวิทยาหลายท่านเชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่ธรรมชาติบันดาลขึ้น หาใช่สิ่งที่มนุษย์สร้างไว้เมื่อในอดีตกาลไม่
ซึ่งลักษณะของมันไม่ได้แปลกประหลาดไปกว่าหินงอกหินย้อยที่พบกันได้โดยทั่วไป ยกตัวอย่างเช่น Moqui Marbles ที่พบได้ทั่วไปใน Navajo Sandstone ก็ออกจะคล้ายกัน ทั้งหน้าตาและองค์ประกอบ เพียงแต่ว่า Klerksdorp มีบ่มเพาะมานานกว่ามากๆ เท่านั้นเองคร้าบบบ
http://en.wikipedia.org/wiki/Klerksdorp_sphereอันดับ 9 The Dropa Stones 
การค้นพบวัตถุต้องสงสัยเช่นนี้ เป็นอะไรที่น่าสงสัยมากกว่า เอาหลักๆ ที่เค้าแย้ง
1. นักโบราณคดีกลุ่มหนึ่งนำโดยดร.ชีปูเตย (Dr. Chi Pu) บลาๆๆๆ ไม่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์
2. ข้อมูลนี้ถูกเปิดเผยครั้งแรกในหนังสือเล่มหนึ่งที่ถูกตีพิมพ์ในปี 1968 โดยนายอีริค(Erich von Däniken) ซึ่งนายอีริคบอกว่าแหล่งข้อมูลของเค้ามาจาก นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ท่านหนึ่ง (Alexander Kazantsev) ซึ่งเมื่อสืบสาวราวเรื่องไปพบกับคุณอเล็กซานดร้าแล้ว เค้ากลับตอบว่า ไอ้อีริคแหละมันมาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง ส่วนเค้าเป็นคนนั่งฟัง แล้วจริงๆ มันคืออะไรกันแน่ฟะเนี่ย
3. หลังจากนั้นในปี 1978 หนังสือที่เรียบเรียงโดย David Agamon ก็ได้พูดถึงหินที่ว่านี้อีกรอบ แต่จากนั้นในปี 1988 เค้าก็ออกมาบอกว่า เรื่องนี้มันเป็นนิยายน่ะเฮีย จินตนาการล้วนๆ เลย เพ่!!
4. ไอ้ภาษาที่สลักบนหิน ที่บอกว่า "ครั้งหนึ่งเคยมียานอวกาศบินมาตก ..." น่ะ มันเป็นภาษาต่างดาว ไอ้ ดร.ชีปู มันเจือกอ่านออกฟะ ขนาดผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาษายังต้องใช้เวลาเป็น 10 ปี กับหลักฐานและทีมอีกเป็นจำนวนมาก ทั้งทางด้านวัฒนธรรมและภาษา ฯลฯ เพื่อจะเข้าใจข้อความได้ (เช่นพวกเฮียโรกลิฟฟิก - อักษรภาพของอียิปต์โบราณ) ไอ้ ดร.ชีปู มันเทพเกิ๊น อ่านออกเฉย
5. จากบันทึกบอกว่า แผ่นดิสก์ กว้าง 12 นิ้ว แต่พอจะดูหลักฐานอ่ะใหญ่เป็นเมตรเลย คุยกันก่อนทำหรือเปล่าเฮีย
แปลได้ 5 ข้อ ขี้เกียจแปลที่เหลือ เพราะเซ็ง แม่มหลอกแหงๆ ใครสนใจไปอ่านเองได้ที่
http://skepticwiki.org/index.php/Dropa_Stonesไม่รู้จะเอาภาพอะไรมาประกอบเอาภาพ HVD (Holographic Versatile Disc) มาให้ดูซะเลย ไม่มีอะไรพิเศษหรอก แค่มันจะมาต่อจากยุค Blue Ray มีความจุประมาณ 6 เทราไบท์ น่ะ (กรี๊ด)
อันดับ 8 The Ica Stones
วันนึง นาย บาสิลิโอ (Basilio Uschuya) ชาวนาผู้พบก้อนหินดังกล่าว เอาหินดังกล่าวไปขายให้กับนักท่องเที่ยว เลยโดนตำรวจจับข้อหาค้าวัตถุโบราณ เค้าจึงยอมรับว่า จริงๆ แล้วหินพวกนี้ เค้าทำขึ้นมาเองนั่นแหละ โดยเอาแบบมาจากหนังสือการ์ตูน และ หนังสือต่างๆ เริ่มจากใช้ กระดิ่งผูกคอวัว ภายหลังมาใช้เครื่องมือทันตแพทย์ แกะสลักเอา แต่ตอนหลังกลับคำให้การบอกว่าโดนตำรวจจับจึงต้องโกหก
แต่ในปี 1998 นักวิจัยชาวสเปนได้นำหินพวกนี้ไปศึกษาวิจัยถึง 4 ปี สรุปออกมาได้ว่าเป็นของปลอม เนื่องจากหินดังกล่าวเป็นหินที่พบในแม่น้ำทั่วไป ไม่ใช่หินที่พบตามสุสาน แถมสีที่พบบนตัวหิน เป็นสีวิทยาศาสตร์ในยุคปัจจุบัน รวมทั้งถ้าเป็นของเก่าแก่จริง มันควรจะมีการผุกร่อนมากกว่านี้ สรุปได้ว่าของใหม่แน่ๆ
http://en.wikipedia.org/wiki/Ica_stonesอันดับ 7 Giant Stone Balls of Costa Rica
เชื่อกันว่าลูกบอลดังกล่าวนี้ถูกสร้างโดยผู้คนแถบนั้น (ไอ้ที่บอกว่าไม่มีคนอยู่แถบนั้นน่ะ ไม่จริง เพราะตามหลักฐานอยู่กันเป็นเมืองเลยล่ะ) ถูกพบว่าสร้างโดยตัดหินก้อนที่ใหญ่กว่าให้กลม ซึ่งได้ทำโดยการเผาให้ร้อนแล้วทำให้เย็นทันทีเพื่อที่จะสกัดออกได้ง่ายๆ เมื่อพอได้รูปแล้ว ค่อยใช้เครื่องมือเช่นพวกค้อนสกัดอีกที เข้าใจว่าถูกสร้างเพื่อเอาเป็นโมเดลของจักรวาล เพราะตอนพบมันถูกเรียงเลียนแบบตำแหน่งของดวงดาวบนท้องฟ้า เดิมทีพวกลูกบอลถูกพบในสมัยก่อนนานมาก ก่อนที่จะถูกวิจัยเต็มรูปแบบ หลายลูกถูกกลิ้งเล่น จึงไม่สามารถบอกได้อย่างชัดเจนนักว่ามันเอาไว้แทนตำแหน่งของดาวดวงไหน
http://web.ku.edu/~hoopes/balls/faq.htmอันดับ 6 Oera Linda Book 
เมื่อได้ตรวจว่ากระดาษของหนังสือเล่มนั้น พบว่าทำมาจากโรงงานกระดาษแห่งหนึ่งแถบเบลเยี่ยม ราวปี 1850 แต่ของจริง ฤาจะโด่งดังเท่าความเชื่อ และผลประโยชน์ทางด้านการเมือง เนื่องจากหนังสือเล่มนี้ได้วิพากษ์วิจารณ์บรรพบุรุษชาวเยอรมันว่าเป็นพวกนักรบผู้บ้าคลั่ง ซึ่งพวก นีโอนาซี (ลัทธิที่เคลื่อนไหวหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เพื่อฟื้นคืนลัทธินาซี) นำไปใช้อ้างถึงบ่อยๆ
จากหลักฐานล่าสุดพบว่าน่จะเขียนโดย Francois Haverschmidt นักบวชโปรเตสแตนต์ ผู้มีชีวิตอยู่ในระหว่างปี 1835–1894
อันนี้สอนเขียน A-Z , 0-9 ตามแบบฉบับในหนังสือ
อันดับ 5 Impossible Fossils
จากการบันทึกที่เป็นทางการ ฟอสซิลของมนุษย์ที่เก่าแก่ที่สุดนั้น เป็นของโฮโมซาเปี้ยน เมื่อ 160,000 ปีที่ผ่านมา เป็นฟอสซิลหัวกะโหลก ไม่ใช่ฟอสซิลประเภทอยู่ในชั้นหิน ส่วนที่บอกว่าพบฟอสซิลรองเท้าแตะในชั้นหินอายุ 600 ล้านปีนั้น ก็อาจเป็นพวกปลาหมึกโบราณก็เป็นได้ (ผมขี้เกียจหาข้อมูลเพิ่ม) แต่ที่น่าสนใจจริงๆ คือ ฟอสซิลนิ้วมนุษย์ที่พบในชั้นหิน เพราะ sturcture ของมันเหมือนของมนุษย์มาก (มีกระดูก เล็บ และ เส้นเอ็น) อย่างไรก็ดี มันก็มีความเป็นไปได้ว่ามันคือนิ้วของไดโนเสาร์ที่เล็บมันหักก็ได้ เช่นเดียวกับรอยมือมนุษย์ที่พบในชั้นหินจำนวนมาก ที่พิสูจน์แล้วพบว่าแท้จริงเป็นรอยเท้าไดโนเสาร์ ที่การผุกร่อนทำให้ดูเหมือนรอยเท้า /รอยมือมนุษย์เท่านั้นเอง
http://orgs.usd.edu/esci/age/content/creationism_and_young_earth/fossils.htmlhttp://www.bible.ca/tracks/fossilized-human-finger.htmอันดับ 4 Out-of-Place Metal Objects
เอาตัวอย่างเดียวก่อน เรื่องค้อนในก้อนหิน "The London Hammer" ที่บอกว่ามีอายุหลายร้อยล้านปี แท้จริงแล้วอาจมีอายุไม่กี่ร้อยปีและไม่ใช่ฟอสซิล แต่เป็นค้อนของคนงานก่อนสร้างที่บังเอิญทำหล่นขณะทำงานในเหมือง แล้วถูกหินปูนเกาะ ซึ่งทางนักวิทยาศาสตร์พยายามที่จะพิสูจน์ ซึ่งการพิสูจน์ก็อย่างที่หลายๆ คนได้ยินมาคือใช้ Carbon 14 ในการตรวจสอบอายุของไม้ (ด้ามจับ) พบว่า มันมีอายุ น้อยกว่า 700 ปีแน่ๆ (คือมันจะมีอายุ 100 ปี ก็ได้ แต่ C14 ทำได้แค่อายุคร่าวๆ เท่านั้น) แต่ไอ้เจ้าของค้อนก็ยังเลือกที่จะเชื่อว่า มันเป็นค้อนที่มีมาตั้งแต่สมัยก่อนน้ำท่วมโลก ยิ่งตอนหลังๆ ไอ้เจ้าของเริ่มโกหกพกลมว่าไปพบตรงแถบที่เขาขุดฟอสซิลกัน ไม่ไหวจะเคลียร์แล้ว
http://paleo.cc/paluxy/hammer.htmอันดับ 3 Ark Of The Covenant 
คือมันเป็นหีบมีไม้คานหามได้เท่านั้นเอง ส่วนความลึกลับนั้นเป็นตำนานเสริมเติมแต่ง เล่าแล้วยาวมากๆ พอยาวมากๆ ก็จะมีจุดผิดและจะเริ่มดราม่า ผมเลยไม่อยากเล่า แต่อยากให้ทุกคนได้อ่านหนังสือเรื่อง "ยิว" ของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ปราโมทย์ บทแรกๆ พูดถึง "พระเจ้าในกล่อง" ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง เป็นหนังสือประวัติศาสตร์ที่สนุกมากๆ ครับ - อ้อ ปัจจุบันก็ไม่รู้ว่าหีบนี้ไปอยู่ไหน เรื่องนี้ถูกนำไปสร้างหนังเช่น อินเดียน่าโจนครับ
อันดับ 2 The Coso Artifact 
หลังจากที่ได้ทำการสำรวจตรวจสอบอย่างละเอียด และด้วยความร่วมมือกับประธานชมรมผู้สะสมหัวเทียน (ชมรมอะไรฟะเนี่ย) ก็พบว่า มันคือหัวเทียนยี่ห้อ "Champion" ที่ผลิตในปี 1920 ที่ดีไซน์สำหรับรถฟอร์ดในสมัยนั้น ซึ่งมันได้เป็นสนิมแล้วดินหินแถวนั้นมันก็มาพอกเข้าจนเป็นอย่างในภาพ อย่างไรก็ดี ตอนนี้หัวเทียนดังกล่าว ได้หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ แต่คงไม่ใช่ของเก่าอายุหลายร้อยล้านปีนั่นหรอก
อันดับ 1 Piri Reis
แผนฉบับนี้ที่ถูกวาดในปี 1513 เป็นแผนที่โลก แถมมีหลักวิชาการถูกต้องตามการทำแผนที่สมัยใหม่ด้วย กำลังจะตื่นเต้นแล้ว แต่ดันพบว่าด้านล่างนี้ เป็นแผนที่ของโคลัมบัสออกเดินทางข้ามทวีปในปี 1492 น่ะ มีออกมาก่อนหน้านั้น ตั้ง 20 ปี ก็มีหลักการทำแผนที่แล้วอ่ะ สรุปว่ามันไม่แปลกนี่หว่า...
พอละเดี๋ยวพรุ่งนี้จะไปเที่ยวกับคุณสมภพเจ้าเก่า เดี๋ยวจะตื่นสาย...
ภาพแผนที่ของโคลัมบัส